แน่นอนว่าเวลาที่ส่งของกับบริษัทขนส่งจำเป็นต้องเสียค่าขนส่งเพื่อใช้บริการด้วย แต่แต่ละที่จ่ายไม่เหมือนกัน น้ำหนักไม่เท่ากันราคาก็ต่างกันอีก จนใครหลายคนสงสัยว่าจริง ๆ แล้วค่าส่งคำนวณยังไงหรือคิดจากอะไรบ้าง วันนี้เราจะพาไปไขข้อข้องใจ
ค่าขนส่งคิดยังไง คำนวณแบบไหน
สำหรับวิธีการคำนวณค่าขนส่งของแต่ละบริษัทนั้นส่วนใหญ่มีการกำหนดตายตัวว่าน้ำหนักเท่าไหร่ ปริมาตรมากน้อยแค่ไหนจ่ายค่าส่งเท่าใด โดยไม่จำเป็นต้องคำนวณ แต่กรณีขนส่งต่างประเทศอาจมีการคำนวณค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามา เช่น ปริมาตรของสินค้า การคิดตามน้ำหนัก ฯลฯ ตัวอย่างการคิดค่าขนส่งตามน้ำหนัก เช่น
- พัสดุน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม ค่าส่ง 20 บาท บางที่อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น 1 กิโลแรก คิดกิโลละ 20 บาท กิโลถัดไปคิดกิโลละ 15 บาท หรืออาจน้อยกว่าและลดหลั่นกันไปตามลำดับ
ทั้งนี้ราคามากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับประเภทของพัสดุที่ขนส่งด้วย เช่น พัสดุธรรมดา พัสดุที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ พัสดุด่วนพิเศษ เป็นต้น
กรณีขนส่งไปต่างประเทศ
การคำนวณค่าขนส่งไปต่างประเทศอาจมีสูตรคำนวณแบบเฉพาะไม่ใช่แค่มีน้ำหนัก แต่อาจมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยโดยหลัก ๆ ใช้ 2 สูตร คือ
- ค่าส่ง = คิดตามน้ำหนัก + ค่าส่ง (น้ำหนักจริงของสินค้า x อัตราค่าส่งแบบกิโลกรัม)
- ค่าส่ง = คิดตามปริมาตรสินค้า + ค่าส่ง {ปริมาตรที่ได้ของสินค้าหรือ Q (Q คือ กว้าง x ยาว x สูง / 1,000,000) x อัตราค่าส่งแบบปริมาตร)}
ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาขนส่งแต่ละที่ถูกแผ่นไม่เท่ากัน
นอกเหนือจากมาตรฐานการคำนวณค่าขนส่งจากน้ำหนักของพัสดุหรือปริมาตรของสินค้า ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ค่าส่งถูกแพงแตกต่างกันไปด้วย ได้แก่
- กำไรที่ขนส่งจะได้รับ แน่นอนว่าทุกธุรกิจล้วนต้องการกำไรเช่นเดียวกันกับธุรกิจขนส่ง ดังนั้นกำไรที่ได้จึงถูกคิดรวมไปกับค่าขนส่งที่ใช้ส่งในแต่ละครั้ง ซึ่งจะมีสัดส่วนมากน้อยขึ้นอยู่กับบริษัทนั้น ๆ อีกที
- โปรโมชั่น สาเหตุที่ทำให้บริษัทขนส่งแต่ละที่มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าพัสดุปริมาตรเท่ากัน น้ำหนักเท่ากันไม่เท่ากันอาจเกิดมาจากการจัดโปรโมชั่นในช่วงนั้น ๆ เช่น บางที่มีโปรโมชั่นส่งพัสดุน้ำหนัก 2,000 ขึ้นไปรับส่วนลด 10% หรือบางที่อาจให้ส่วนลดเพียงแค่ 10% เป็นต้น
สรุปได้ว่าการคำนวณค่าขนส่งนั้นไม่จำเป็นต้องคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์หรืออะไรเลย แค่ดูว่าบริษัทนั้น ๆ มีการเสียค่าขนส่งเท่าไหร่หากน้ำหนักพัสดุเริ่มต้นเท่านี้หรือปริมาตรเท่านั้น ส่วนกรณีต้องคำนวณจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ เนื่องจากมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องในการคิดราคาด้วย ดังนั้นเวลาจะเลือกขนส่งหากอยากได้ราคาคุ้มค่าอย่าลืมดูส่วนลดหรือโปรโมชั่นด้วย
